เมื่อวันก่อนมี quiz วิชา Knowledge Management ที่ อ. บอกว่าให้เอาหนังสือเข้าได้ แต่เห็นโจทย์แล้วเซ็ง
จงระบุกลยุทธ์ในการจัดการความรู้ที่ไม่มีในหนังสือเล่มนี้
ทำไงดีล่ะ… ก็ได้เวลามั่วสิครับ คิดไปคิดมา เลยยกเอา Blognone มาเป็น case study ซะเลย xD
ผมยกตัวอย่างกลยุทธ์ในการจัดการความรู้ของ Karl-Erik Sveiby ที่เกี่ยวกับการถ่ายทอดความรู้ระหว่าง โครงสร้างภายใน <—> คน <—> โครงสร้างภายนอก อะไรทำนองนี้ (หารายละเอียดบนอินเทอร์เน็ตไม่ได้ แต่มันอยู่ในหนังสือ) แล้วบอกว่า Blognone ใช้กลยุทธ์การถ่ายทอดความรู้แบบ โครงสร้างภายนอก <—> โครงสร้างภายนอก (ซึ่งไม่มีในหนังสือ :P) โดยตัวองค์กร (Blognone) จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเท่านั้น และมีกระบวนการในการจัดการความรู้ที่หลากหลาย ดังนี้
knowledge creation / knowledge development / knowledge sharing:
ส่วนนี้เป็นจุดเด่นของ Blognone ที่ประกอบด้วย
- ระบบ blog ที่ให้สมาชิกทุกคนสามารถเขียนข่าวและบทความต่างๆ และถ้าผ่านการตรวจสอบ ก็จะได้ขึ้นหน้าแรกให้ผู้ชมทั่วไปได้อ่านกัน
- ระบบ forum ที่มี guru จากหลากหลายสาขาอาชีพ มาตอบคำถาม และแสดงความคิดเห็น (เน้นให้เห็นว่ามันคือการถ่ายทอดความรู้จากบุคคลภายนอก <—> บุคคลภายนอก) และสิ่งสำคัญคือ สมาชิกส่วนใหญ่ไม่มีการอมภูมิหรือหวงความรู้ (จริงๆ อันนี้ผมมอง Codenone เป็นหลัก) แต่อาจเป็นเพราะว่ามีผู้รู้เยอะด้วย ถึงคนนึงไม่ตอบ เดี๋ยวก็มีคนอื่นมาช่วยตอบให้ เป็นต้น ซึ่งคนเป็นปัจจัยสำคัญมากที่จะทำให้การจัดการความรู้ประสบผลสำเร็จ
- การสัมภาษณ์แบบออนไลน์ ที่ให้สมาชิกทุกคนตั้งคำถาม และแสดงความคิดเห็น นับว่าเป็นการเปิดวิสัยทัศน์ที่ดีมากๆ เพราะเราจะได้เห็นว่า สมาชิกแต่ละคนมีแนวคิดอย่างไรในการตั้งคำถาม หลายๆ ครั้งผมยังนึกอยู่ว่าถ้าเป็นตัวเองจะตอบยังไง และสุดท้ายก็คือได้เห็นแนวคิดของบุคคลในวงการไอทีที่ตอบสัมภาษณ์ ซึ่งล้วนแล้วแต่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ทั้งสิ้น (อ้างชื่อ ดร.ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ ไปด้วย เพราะเป็นผู้สร้างเว็บ GoToKnow.org และ KnowledgeVolution ที่นับว่าเป็นระบบจัดการความรู้ตัวนึง)
- และการจัด Blognone Tech Day ที่มีการนำหัวข้อที่น่าสนใจ มาจัดสัมมนา บรรยาย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน เป็นประจำทุกปี
knowledge storage:
ความรู้ทุกอย่างจะเก็บไว้ในฐานข้อมูล สามารถเรียกขึ้นมาดูภายหลังได้โดยใช้ระบบ search และรายการ related topics ในแต่ละข่าว/บทความ
knowledge identification / knowledge acquisition / knowledge utilization:
ที่เด่นๆ คือ Blognone Jobs ที่ให้บริษัทที่ต้องการคนไอที มาลงประกาศรับสมัครงานได้ นอกจากนี้ก็มีระบบ forum ที่สามารถถามได้ว่า สมาชิกท่านใดเชี่ยวชาญด้านไหนเพื่อขอคำปรึกษา เป็นต้น (มีมั้ยหว่า โม้ๆ ไปหน่อย xD) ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการใช้ความรู้ (knowledge utilization) ของแต่ละบุคคลในที่สุด
แล้วถ้าทำแบบนี้แล้ว ตัวองค์กร (Blognone) จะได้อะไร?… เท่าที่คิดออก (ในเวลา 15 นาที) ก็น่าจะมีประมาณนี้
- ได้ประสบการณ์ในการดูแลระบบเว็บที่มีผู้เข้าชมวันละกว่า 7,000 คน, การจัดงานสัมมนา, และการดูแลระบบ collaborative writing ที่มีผู้ใช้จำนวนมาก
- ได้สร้าง connection กับผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา อันอาจเป็นประโยชน์ต่อโครงการต่างๆ ในอนาคต!?
- มีชื่อเสียง ในฐานะแหล่งความรู้ที่คนทำงาน/เรียนด้านไอทีควรจะรู้จัก หรือใช้เป็นแหล่งอ้างอิง (ผมเคยทำรายงาน แล้วใส่ reference มาที่ข่าวใน Blognone)
- เนื่องจากมีฐานผู้อ่านจำนวนมากพอสมควร และส่วนใหญ่เป็นผู้มีความรู้ทางด้านไอที จึงทำให้มีความสามารถในการเป็นแกนนำในการเคลื่อนไหวต่างๆ (ด้านไอที) เช่น กรณี รมว. ICT กับ Open Source หรือกรณี OOXML เป็นต้น
- ฯลฯ (นึกไม่ออกแล้ว)
ก็เอามาเล่าสู่กันฟังครับ ช่วงนี้กระแส KM มาแรง ขออินเทรนด์หน่อย :D
ปล. เขียนเนื่องในโอกาสอดไป BTD 3.0 รอดูวิดีโอตามเคย T_T

Comments
เข้ามาอึ้
เข้ามาอึ้งกับโจทย์ o_O
ตอนนี้สาขาที่เรียนเน้นท่องค่ะ ไม่ค่อยได้คิดเท่าไร
(มันจำเป็นจริงๆที่จะต้องจำให้ได้ก่อน ได้เอาไปใช้แน่ๆ)
ทำกันแบบล
ทำกันแบบลูกทุ่งๆ ตามมาอ่าน มีทฤษฎีด้วยวุ้ย
Nice:
Nice: สงสัยจะเป็นหมอ ไม่ก็นักกฏหมาย :)
mk: ไม่รู้เหมือนกันว่าถูกหรือเปล่า 555+
มานั่งๆ คิดดู จริงๆ มี knowledge classification ด้วย (ระบบ taxonomy) แล้วก็มีการเพิ่ม motivation ด้วยการให้ดาวกับนักเขียนอีก โง้ววว ไปกันใหญ่
เคยอ่านทฤ
เคยอ่านทฤษฎีนี้เหมือนกัน แต่คิดว่าจะตอบว่า external external ไม่น่าจะได้ เพราะคิดเอาเองว่า external -> external ถ้ามองว่าความรู้่ external K-v1 -> external K-v2 ไม่น่าจะได้เพราะ K ถ้าอยู่นอกคน ไม่สามารถต่อยอดได้เอง เหมือนกับเอาหนังสือทั้งห้องสมุดมาสุมกันจะเกิดความรู้ใหม่รึเปล่า เปล่า แต่เกิดจากคนที่เคยอ่าน (internalized) แล้วสังเคราะห์ความรู้ใหม่จากสิ่งที่มีอยู่
น่าจะยกกรณี ในด้านเทคโนโลยี Web 2.0 แล้วเอา Blognone เป็นกรณีตัวอย่าง ที่เป็นระบบที่ไม่ใช่ push แต่เป็น center ให้คนมาสร้างเนื้อหา แล้วมีระบบจัดการ กระตุ้นให้พัฒนาเนื้อหา (ดาว) มีการกรองเนื้อหาที่ดี (review) น่าจะสวยนะครับ
tekkasit: "external"
tekkasit: "external" ของผมคือมองว่ามันเป็น "ความรู้ที่อยู่นอกองค์กร" (องค์กรในที่นี้คือBlognone) น่ะ่ครับ โดยอาจจะเป็น tacit knowledge ของใครก็ไม่รู้ (K-v1) ซึ่งเปลี่ยนรูปเป็น explicit knowledge และมาโพสต์ไว้ที่ Blognone จากนั้นก็มีใครก็ไม่รู้อีกคนนึง ได้เข้ามาอ่านเนื้อหานั้น (internalized) อย่างที่คุณ tekkasit บอก และอาจกลายเป็น tacit knowledge ของคนนั้นไป (K-v2) ซึ่งก็ยังเป็น "ความรู้ที่อยู่นอกองค์กร" อยู่ดี
พูดไปพูดมา ผมก็เริ่มงงแล้วเนี่ย xD
Post new comment